Skip to main content

การมาบรรจบกันของ IT และ OT ช่วยเร่งการผลิตมอเตอร์

โรงงานมอเตอร์ไฟฟ้า Siemens ในเมือง Bad Neustadt ประเทศเยอรมนี กำลังก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่ยั่งยืนทีละขั้นตอน โดยนำระบบอัตโนมัติและการทำดิจิทัลมาใช้ รวมทั้งบูรณาการอุปกรณ์รุ่นเดิม และผลักดันการมาบรรจบกันของ IT และ OT เพื่อปูทางสู่โรงงานแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

เบื้องหลังประตูของโรงงานมอเตอร์ไฟฟ้า Siemens ในเมือง Bad Neustadt การปฏิวัติดิจิทัลกำลังดำเนินอยู่ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โรงงานอายุ 87 ปีแห่งนี้ได้พัฒนาจากการประกอบด้วยแรงงานคน ไปสู่การผลิตแบบดิจิทัลในศตวรรษที่ 21

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการพัฒนานี้ไม่ได้สำเร็จจากการก้าวกระโดดเพียงครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นผ่านการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนทำให้โรงงานมาถึงจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เมื่อมาตรการเพิ่มผลิตภาพแบบดั้งเดิมถูกใช้ไปจนถึงขีดจำกัดแล้ว โรงงานซึ่งผลิตสินค้าตามสั่งประมาณ 500,000 รายการต่อปีแห่งนี้ จึงหันมาใช้การทำดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ เพื่อยกระดับการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น จากนั้นเส้นทางการพัฒนาก็ดำเนินต่อไป จนนำไปสู่การบูรณาการกันระหว่าง IT และ OT โดยการใช้โซลูชันที่พัฒนาขึ้นภายใน Siemens เอง

วิดีโอ “กรณีการใช้งาน: การบูรณาการกันระหว่าง IT และ OT ที่ Bad Neustadt”

กรณีการใช้งานเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ

A golden retriever puppy sits on grass, looking up with bright eyes and a curious expression.

ที่โรงงานมอเตอร์ไฟฟ้า Siemens “เรามีความรับผิดชอบในการพัฒนาและทดสอบระบบสำหรับโรงงานของเราเอง” Peter Zech หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมและการทำดิจิทัลกล่าว

“กลยุทธ์ระยะยาวของเราคือ การสร้างโรงงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” Peter Zech หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมและการทำดิจิทัลของโรงงาน Bad Neustadt กล่าว และเพื่อทำให้กลยุทธ์นี้เกิดขึ้นจริง โรงงานจึงมุ่งเน้นกรณีการใช้งานจากหน้างานการผลิต เนื่องจากกรณีการใช้งานเหล่านี้ สามารถช่วยแก้ปัญหา เพิ่มผลิตภาพ และทำให้เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนขึ้น

กรณีการใช้งานครั้งแรกได้แก่ การติดตามประสิทธิภาพของเครื่องจักร ซึ่งนำไปสู่การรวมกลุ่มเครื่องจักร ทำให้สามารถประหยัดพื้นที่ และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้ สำหรับอีกกรณีการใช้งานหนึ่งก็คือ การจัดการพลังงาน ซึ่งช่วยสร้างความโปร่งใสของข้อมูล เพื่อระบุศักยภาพในการประหยัดพลังงาน เช่น การเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนตโดยอัตโนมัติ และการปิดระบบในช่วงสุดสัปดาห์ โดยที่ทั้งสองกรณีเป็นเพียงตัวอย่างจากกรณีการใช้งานจำนวนมาก "เราได้กำหนดมาตรฐานกรณีการใช้งานของเราไว้ในสิ่งที่เรียกว่า คลังกรณีการใช้งาน (use repository) ซึ่งปัจจุบันมีกรณีการใช้งานต่าง ๆ เช่น Digital Gemba Walk, Shopfloor Quality Reporting และอื่น ๆ อีกมากมาย และเรายังมองเห็นกรณีการใช้งานเพิ่มเติมที่อาศัยข้อมูล IoT รวมถึงการเชื่อมโยง และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูล IT และ OT” Peter Zech กล่าวเพิ่มเติม

การควบคุมด้วย IIoT, IT/OT, ERP และ MES

“โรงงานของเราที่มีการผลิตที่มีความหลากหลายสูง ซึ่งถือเป็นความท้าทายในแต่ละวัน” Peter Zech อธิบาย สำหรับโรงงานที่ผลิตสินค้ากว่า 30,000 รูปแบบต่อปี และมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทุก ๆ เจ็ดนาที การเชื่อมโยงข้อมูล OT และ IT จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด “คุณสามารถเพิ่มคุณค่าของข้อมูลได้อย่างมาก เมื่อเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นเข้ากับมอเตอร์ หรือส่วนประกอบในแต่ละชิ้น”

“เราเริ่มต้นด้วยการเชื่อมต่อเครื่องจักรที่ใช้ข้อมูล OT” Peter Zech กล่าวต่อ ข้อมูล OT จากอุปกรณ์ในโรงงาน เซ็นเซอร์ ตัวควบคุม การทดสอบปลายสายการผลิต และการประกันคุณภาพ จะถูกรวบรวมไว้ในโซลูชันคลาวด์ของ Siemens ที่เรียกว่า Insights Hub,

อินเทอร์เฟซกับระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) และระบบการดำเนินการผลิต (MES) ช่วยให้สามารถจัดเก็บ ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดได้ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลการติดตามย้อนกลับจาก MES ช่วยให้สามารถเชื่อมโยงผลการทดสอบของส่วนประกอบเฉพาะ กับผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายหรือมอเตอร์ได้ ซึ่งทำให้สามารถพัฒนากรณีการใช้งานขั้นสูง เช่น การวิเคราะห์หาสาเหตุรากโดยใช้ข้อมูลสนับสนุน หรือการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล เป็นต้น

ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล นำไปสู่ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมด้านประสิทธิภาพ

กรณีการใช้งาน “Reduced Test Effort” (การลดขั้นตอนการทดสอบ) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดการทดสอบผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนสุดท้าย ของการผลิตโดยไม่ลดทอนคุณภาพ ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพ ที่ขับเคลื่อนโดยการบูรณาการกันระหว่าง IT และ OT ซึ่งอัลกอริทึมจะนำข้อมูลในอดีตมาผสานรวม กับข้อมูลจากโรงงานแบบเรียลไทม์ เพื่อกำหนดและใช้กฎว่า ขั้นตอนการทดสอบบางขั้นสามารถข้ามได้หรือไม่ ดังนั้นจึงส่งผลให้ขั้นตอนการทดสอบดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยประหยัดได้ทั้งเวลาและต้นทุน

A golden retriever puppy sitting on grass, looking up with a curious expression.

โรงงานมอเตอร์ไฟฟ้า Bad Neustadt จัดการกับสภาพแวดล้อม OT ที่มีความหลากหลายของระบบด้วยความช่วยเหลือจาก IT

ก้าวสู่การเป็นโรงงานแห่งอนาคต

แม้ว่าจะประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย แต่เส้นทางของ IT/OT ยังไม่สิ้นสุด เป้าหมายสูงสุดนั้นคือ โรงงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลแบบอัตโนมัติ การขนส่งวัสดุแบบอัตโนมัติ และการประยุกต์ใช้ AI อย่างถูกต้อง

“เรามีทีมงานที่เหมาะสม เทคโนโลยีที่เหมาะสม พันธมิตรที่เหมาะสม และแนวคิดมากมาย ที่จะทำให้วิสัยทัศน์ของโรงงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลของเราเป็นจริง” Peter Zech กล่าวเสริม ด้วยข้อมูลคุณภาพสูง ระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง รวมถึงผู้ใช้งานและผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมกันผลักดัน ดังนั้นโรงงาน Siemens ในเมือง Bad Neustadt จึงกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สู่อนาคตที่ชาญฉลาด และยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

มกราคม 2025

โรงงานมอเตอร์ไฟฟ้า Siemens ในเมือง Bad Neustadt ประเทศเยอรมัน

Siemens Elektromotorenwerk หรือโรงงานมอเตอร์ไฟฟ้า Siemens ในเมือง Bad Neustadt an der Saale ประเทศเยอรมัน ผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าแบบหลายแกนสำหรับระบบขับเคลื่อนควบคุมการเคลื่อนไหว (MC) ในแต่ละปีมีการผลิตมอเตอร์มากกว่า 600,000 ตัว ครอบคลุมกว่า 30,000 รุ่น ซึ่งรวมถึงเซอร์โวมอเตอร์ มอเตอร์หลัก มอเตอร์เชิงเส้น และมอเตอร์แรงบิด มอเตอร์เหล่านี้ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ที่ต้องการการควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ เช่น อุตสาหกรรมการผลิต หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ เป็นต้น

Aerial view of a large circular arena or stadium with a distinctive roof structure surrounded by parking lots and roads.

โรงงานมอเตอร์ไฟฟ้า Siemens ในเมือง Bad Neustadt ประเทศเยอรมัน

สมัครรับจดหมายข่าว LinkedIn ของเรา “Discover Digitalization”

จดหมายข่าว LinkedIn ของเรา เหมาะสำหรับผู้มีบทบาทในการตัดสินใจในอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย เช่น Industrial Metaverse, Digital Twins, การบรรจบกันของ IT และ OT, ปัญญาประดิษฐ์, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และอื่น ๆ ซึ่งในแต่ละฉบับนั้น เราจะแบ่งปันเรื่องราวของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล พร้อมนำเสนอข้อมูลเชิงลึกระดับพรีเมียม เกี่ยวกับวิธีการก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่ยั่งยืน